การไปเยือนหอระฆังบันไตเป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่ง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองวิกันเพียงไม่กี่นาที ไม่เพียงแต่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังมอบทัศนียภาพแบบพาโนรามาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค หอระฆังบันไตคือจุดเช็คอินที่ไม่ควรพลาด มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดอีโลโคสซูร์
สัญลักษณ์แห่งประวัติศาสตร์และการปกป้อง
หอระฆังบันเตย์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1590 ในช่วงยุคอาณานิคมของสเปน เดิมทีเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์เซนต์ออกัสตินในบันเตย์หอคอยแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นหอสังเกตการณ์เพื่อปกป้องเมืองจากโจรสลัดและผู้รุกราน ตำแหน่งที่สูงทำให้ยามสามารถมองเห็นภัยคุกคามที่เข้ามาจากทางทะเลและที่ราบใกล้เคียงได้
โครงสร้างของหอคอยสะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมของสเปนด้วยกำแพงหินหนาที่ออกแบบมาเพื่อต้านทานการโจมตีและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา หอคอยแห่งนี้ได้รอดพ้นจากแผ่นดินไหวและสงคราม ทำให้มันเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังของความแข็งแกร่งและมรดกทางวัฒนธรรม
ประวัติและความสำคัญ
หอคอยเฝ้าระวัง: สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1591 เดิมทีไม่ได้สร้างมาเพื่อแขวนระฆัง แต่เป็น “หอสังเกตการณ์” เพื่อเฝ้าระวังโจรสลัดและผู้บุกรุก คำว่า “Bantay” ในภาษาท้องถิ่นแปลว่า “เฝ้า” หรือ “ป้องกัน” นั่นเองครับ
สถาปัตยกรรม: เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Earthquake Baroque ที่ใช้อิฐสีแดงสด ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาถัดจากโบสถ์เซนต์ออกัสติน
สัญลักษณ์แห่งความแกร่ง: หอคอยนี้ผ่านทั้งสงครามโลกและแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ (รวมถึงในปี 2022) ปัจจุบันได้รับการบูรณะเพื่อให้มั่นคงและปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว
ทิวทัศน์อันงดงามเหนือเมืองวิกัน
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของหอระฆังบันเตย์คือทิวทัศน์อันงดงามจากด้านบนหลังจากปีนบันไดหินขึ้นไป นักท่องเที่ยวจะได้รับรางวัลเป็นทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของเมืองวิกันแม่น้ำอับราทุ่งหญ้าเขียวขจี และภูเขาที่อยู่ไกลออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามพระอาทิตย์ตกดิน ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่โปรดปรานของช่างภาพและนักท่องเที่ยว
ไฮไลท์ห้ามพลาด
จุดชมวิว 360 องศา: คุณสามารถเดินขึ้นบันไดไปบนยอดหอคอยเพื่อชมทิวทัศน์ของเมืองวีกัน ทุ่งนาสีเขียว และเทือกเขาในระยะไกล เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่สวยมาก
ระฆังโบราณ: ด้านบนจะมีระฆังทองเหลืองขนาดใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี
โบสถ์เซนต์ออกัสติน: อย่าลืมแวะเข้าไปชมตัวโบสถ์ที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ “Our Lady of Charity” (พระแม่แห่งความเมตตา) ซึ่งชาวฟิลิปปินส์เคารพศรัทธามาก
เดินทางสะดวกและบรรยากาศเงียบสงบ
หอระฆังบันเตย์ตั้งอยู่ห่างจากถนนกาเย คริโซโลโกซึ่งเป็นถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองวิกัน ประมาณ 1.5 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปได้ง่ายๆ ด้วยรถสามล้อ จักรยาน หรือแม้แต่เดินเท้าแตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวที่พลุกพล่าน หอระฆังแห่งนี้มีบรรยากาศที่เงียบสงบและเหมาะแก่การไตร่ตรอง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และการสำรวจอย่างเงียบๆ
เคล็ดลับการท่องเที่ยวสำหรับการเยี่ยมชมหอระฆังบันเตย์
ควรไปเยี่ยมชมในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงบ่ายแก่ๆเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนและเพลิดเพลินกับแสงที่นุ่มนวลกว่า
ควรสวมรองเท้าที่สบายเนื่องจากบันไดหินอาจค่อนข้างชัน
อย่าลืมใช้เวลาสำรวจโบสถ์บันเตย์ ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ทางวัฒนธรรมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
อย่าลืมพกกล้องไปด้วย เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ดีที่สุดในจังหวัดอิโลโคสซูร์
คำแนะนำเพิ่มเติม
เวลาที่ควรไป: แนะนำให้ไปช่วงเช้าก่อน 09:00 น. หรือช่วงเย็นหลัง 16:00 น. เพื่อเลี่ยงอากาศร้อนและแสงแดดที่แผดเผา (เพราะต้องเดินขึ้นที่สูง)
การแต่งกาย: เนื่องจากเป็นสถานที่ในเขตศาสนสถาน ควรแต่งกายให้สุภาพพอประมาณ
หอระฆังบันเตย์ไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความงามทางธรรมชาติมาบรรจบกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักประวัติศาสตร์ นักถ่ายภาพ หรือนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาประสบการณ์ที่มีความหมาย สถานที่สำคัญอันเป็นสัญลักษณ์แห่งนี้จะมอบภาพความทรงจำที่น่าประทับใจเกี่ยวกับอดีตและปัจจุบันของเมืองวิกัน
หากคุณวางแผนเดินทางไปวิกัน จังหวัดอิโลโคสซูร์อย่าลืมใส่หอระฆังบันไตไว้ในรายการของคุณ หอระฆังแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหนือกาลเวลาที่สะท้อนจิตวิญญาณของการท่องเที่ยวในภาคเหนือของฟิลิปปินส์ได้อย่างแท้จริง
