มดลูกโต

มดลูกโต

มดลูกโต มดลูกกางตัวออก หรือมดลูกยืดตัวออก จริงๆแล้วคือความหมายเดียวกัน มดลูกโต เป็นอีกหนึ่งสาเหตุค่ะ ที่เป็นสาเหตุให้มดลูกอักเสบ มีของเสียกักเก็บภายในมดลูก ภายในมีกลิ่น บางรายมีการอักเสบมาก ก็จะมีตกขาวมาตลอด มีเลือดปน มีกลิ่นเหม็นออกมาค่ะ มดลูกโตหากปล่อยไว้ไม่รักษา หรือ หาทางแก้ไข ก็อาจนำปัญหาอย่างมากมายต่อสุขภาพผู้หญิง ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง ถือของ หรือมีชีวิตอยู่ในสถานการณ์ประจำวันก็ไม่สะดวกสบาย จะมีอาการ เจ็บปวด หน่วง ของมดลูกอยู่ตลอดเวลาค่ะ อาการเหล่านี้จะหายไป หากเราสามารถทำให้มดลูกของเราเล็ก กลับมาอยู่ในสภาวะปกติค่ะ ปัจจุบันผู้ที่ประสบปัญหามดลูกโตนี้ ก็หันมาพึ่งพาสมุนไพร โดยเฉพาะสมุนไพรมีฤทธิ์ ร้อน สามารถดึงกระชับมดลูกเข้าอู่ เมื่อมดลูกกระชับเข้าอู่ ของเสียที่อยู่ภายในมดลูกจะค่อยเทไหลออกค่ะ แนะนำนะคะ สำหรับผู้ที่มีปัญหามดลูกโต ทานสมุนไพรสกัดเข้มข้น ” โจเอล” ค่ะ มีส่วนผสมเข้มข้นของ เบต้ากลูแคน และส่วนผสมที่มีประโยชน์ ของผักผลไม้อีกหลายชนิด

ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์

สั่งซื้อผลิตภัณฑ์

อาหารต้องห้าม! สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก

อาหารต้องห้าม! สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก

1.น้ำมะพร้าว เป็นตัวเร่งการทำงานของแบคทีเรีย หากกินเข้าไป น้ำมะพร้าวจะทำปฎิกิริยากับของเสียภายในมดลูก ทำให้แบคทีเรียขยายพันธ์ุแตกออกอย่างรวดเร็ว ทำให้มดลูกกางตัวและมดลูกโตในที่สุด คุณผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องมดลูก ทางที่ดีควรงดน้ำมะพร้าวก่อนนะคะ

2 ของหมักดอง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก ควรงด เช่นปลาร้า ปลาเค็ม ส้มตำปู ซึ่งมีกลิ่นที่รุนแรง ทำให้ตกขาวมีสีและมีกลิ่นตามไปด้วย

3.น้ำอัดลม ซึ่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดื่มมากๆ ทำให้มดลูกกางตัว มดลูกโตได้ ควรงดเหมือนกันนะคะ ดิ่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้ดีกว่าค่ะ

4. เมล็ดธัญพืชต่างๆ เช่น เมล็ดฟักทอง แตงโม เมล็ดทานตะวันเป็นต้น เพราะในเมล็ดธัญพืชมีน้ำมันจำนวนมาก เมื่อร่างกายได้รับเข้าไป จะทำให้ขับน้ำมันเหล่านั้นออกมาและทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว

มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก แนะนำผลิตภัณฑ์**โจเอล ** ผลิตภัณฑ์ที่คุณผู้หญิงวางใจ แก้ปัญหาให้ตรงจุด **โจเอล ** ปรับสมดุลให้มดลูกทำงานเป็นปกติ ด้วยส่วนผสมที่เข้มข้นของ เบต้ากลูแคน ที่ช่วยลดและป้องกันการอักเสบภายใน มดลูกได้เป็นอย่างดี

ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์

ปวดท้องประจำเดือน สาเหตุมาจากอะไร??

ปวดท้องประจำเดือน หรือปวดท้องเมนส์ ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตรงไปแล้วค่ะ สำหรับผู้หญิงในยุคสมัยนี้  หรืออาจจะสรุปง่ายๆค่ะ ผู้หญิงร้อยละ 99% จะปวดท้องประจำดือนตั้งแต่วัยแรกมีประจำเดือนค่ะ

เรามาสรุปสาเหตุหลักของการปวดท้องประจำเดือนกันค่ะ ว่าจริงๆแล้วมีสาเหตุมาจากอะไร??

สาเหตุแรกคือ

การเปลียนแปลงของระดับฮอร์โมนเมื่อเริ่มมีประจำเดือน มีสารพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins) หลั่งออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูกมากผิดปกติ และสารชนิดนี้จะดูดซึมผ่านกระแสเลือดและมาออกฤทธิ์ที่มดลูก จึงทำให้มดลูกมีการบีบเกร็งตัวและเกิดอาการปวดที่บริเวณท้องน้อย หรืออาการที่เรียกว่าปวดท้องประจำเดือนค่ะ ส่วนมากจะเกิดในวัยตั้งแต่แรกมีประจำเดือน จนถึงอายุ 25 ปี อาการปวดเกร็งดังกล่าวก็จะค่อยๆหายไปค่ะ แต่ในบางรายก็ไม่หายค่ะ จะปวดเกร็งอยู่จนถึงวัยหมดประจำเดือนค่ะ

Read More

ซีสต์ในมดลูก โรคที่ผู้หญิงมีโอกาสเป็น

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) หรือ ถุงน้ำช็อกโกแลต ในทางการแพทย์เรียกว่า “เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่” (Endometriosis) เกิดจากเลือดประจำเดือนที่ปกติต้องไหลออกมาทางช่องคลอด แต่กลับไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้องผ่านท่อรังไข่ และนำเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูกเข้าไปด้วย เมื่อเซลล์นี้ไปฝังตัวอยู่ที่อวัยวะไหนก็จะเกิดถุงน้ำขึ้นที่อวัยวะนั้น เช่น อุ้งเชิงกราน ท่อรังไข่ ลำไส้ ช่องคลอด มดลูก ฯลฯ

บริเวณที่พบช็อกโกแล็ตซีสต์ได้บ่อยคือรังไข่ เนื่องจากบริเวณรังไข่เป็นบริเวณที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง จึงเหมาะแก่การเจริญเติบโต แต่ถ้าเยื่อบุโพรงมดลูกแทรกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูกจะไม่กลายเป็นซีสต์ ทว่าจะกลายเป็นพังผืดหรือก้อนในกล้ามเนื้อมดลูกแทน เพราะกล้ามเนื้อมดลูกค่อนข้างแข็ง และเราเรียกภาวะนี้ว่า “Adenomyosis” ซึ่งผลที่ตามมาคือภาวะปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง ประจำเดือนมามาก และมีบุตรยาก

Read More

ช่องคลอดแห้ง อาการเป็นอย่างไร?

ช่องคลอดแห้ง คือภาวะภายในช่องคลอดขาดเมือกหล่อลื่นหรือมีน้อยลงกว่าปกติ ทำให้เยื่อบุช่องคลอดขาดความชุ่มชื่นจนเกิดความแห้งกร้านและอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บขึ้นได้ ซึ่งเป็นอาการทั่วไปของวัยทอง เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกวัยค่ะ

 

 

ภาวะช่องคลอดแห้งมีอาการดังนี้ค่ะ

  • ปวดปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
  • แสบ ขัดระหว่างที่ปัสสาวะ
  • คัน ระคายเคือง เกิดการแสบร้อนบริเวณช่องคลอด
  • ความต้องการทางเพศลดน้อยลง
  • เยื่อบุช่องคลอดมีสีซีด และบางลง อาจมีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้ที่อยู่ในภาวะนี้บางคน อาจมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ง่ายขึ้น

Read More

วัยทอง (Menopause)

วัยทอง (Menopause) คือภาวะอย่างไร? และสำหรับผู้ที่จะอยู่ในภาวะจะรู้ได้อย่างไร ? เรามาดูกันค่ะว่าจะมีสัญญาณอะไรบ้างที่บงบอกว่าเราอยู่ในภาวะนี้แล้ว             วัยทองเข้าใจกันง่ายๆคือ ภาวะที่ผู้หญิงเราใกล้หมดประจำเดือนแล้ว  รังไข่หยุดการผลิตไข่ ทำให้ไม่มีประจำเดือนอีกต่อไป ผู้หญิงที่เข้าสู่ภาวะวัยทองจะมีอายุอยู่ในช่วง 45-55 ปีค่ะ ก่อนเข้าสู่วัยทองส่วนใหญ่จะมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้เรารู้ถึงความผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาขาดๆ หายๆ มากระปริดกระปรอย ก่อนที่จะหายไปอย่างถาวรค่ะ

ผลกระทบต่อร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยทอง 

  • เนื่องจากหมดประจำเดือน ดังนั้นช่องคลอดจะแห้ง
  • ร้อนวูบวาบ ไม่สบายตัว มีเหงื่อออกในตอนกลางคืน
  • นอนไม่ค่อยหลับ หลับตื่น นอนไม่เต็มที่
  • ผิวเริ่มแห้ง หนังศรีษะจะบางขึ้น และมีผมร่วง
  • ระบบเผาผลาญเสื่อม ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ นี่ละค่ะสาเหตุที่อ้วนง่าย
  • อารมณ์แปรปวน หงุดหงิดง่าย ขาดสมาธิ

Read More

ตังกุย ยอดสมุนไพรบำรุงเลือด

ตังกุย ชื่อนี้คุ้นหูเลยใช่ไหม คนไทยส่วนใหญ่จะเรียกว่า โสมตังกุย แต่จริงๆแล้ว ตังกุยไม่ใช่โสม เพียงแต่เราใช้หัวหรือรากของตังกุยไปสกัดออกมาเป็นยา และเจ้ารากตังกุยก็มีลักษณะคล้ายโสม แต่สีเข้มกว่าโสมค่ะ 

ตังกุยจะอุดมไปด้วยวิตามินบี 12  ที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุและแคลเซียม และวิตามินบี 12 นี้แหละที่ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง และยังบำรุงระบบประสาทให้เกิดการทำงานอย่างสมดุล  ดังนั้นเมื่อสมุนไพรตังกุย อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 และกรดโฟลิค หรือวิตาบินบี 9 ที่ทำงานสงเสริมกันอย่างดีเยี่ยมในการบำรุงเลือด สร้างเม็ดเลือด  สมุนไพรนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาเลือดจาง มีปัญหาเกี่ยวกับระบบเลือด (โรคเลือด ) และยังเหมาะสมอย่างยิ่งกับผู้ที่กำลังก้าวเข้าช่วง “วัยทอง” เป็นช่วงที่ร่างกายขาดสมดุลการทำงานของระบบเลือด หรือที่มักจะเรียกว่า “เลือดจะไป ลมจะมา”มุนไพรตังกุยเหมาะกับผู้ที่อยู่สภาวะวัยทองอย่างยิ่งค่ะ  เพราะช่วยบำรุงเลือด สร้างสมดุลการทำงานของระบบเลือด ระบบลมในร่างกายให้ทำงานสอดประสานอย่างมีประสิทธิ์ภาพกับทุกๆระบบในร่างกาย นอกจากนี้ยังบำรุงระบบประสาท ลดความเครียด ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ..ตังกุยถือว่าเป็นสมุนไพรที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับผู้ที่อยู่ในช่วงวัยทองค่ะ

Read More

เคล็ดลับการดูแลมดลูกให้แข็งแรงด้วยตัวคุณเอง

เคล็ดลับการดูแลมดลูกให้แข็งแรงด้วยตัวคุณเอง


1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยป้องกันมดลูกอักเสบและมดลูกต่ำ ควรออกกำลังกายเป็นประจำ
2.ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสไม่เครียดเพราะความเครียดทำให้มดลูกผิดปกติได้ ระบบฮอร์โมนผิดปกติส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
3. ขมิบเพื่อบริหารอุ้มเชิงกรานอย่างสม่ำเสมออาจทำต่อเนื่องกันหรือแบ่งเป็นครั้งละ 20 – 30 ชุดก็ได้จะทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรง และมดลูกไม่ต่ำ
4. ระวังการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
5. หลีกเลี่ยงการยกของหนักการยกของหนักทำให้มดลูกต่ำ กระเพาะปัสสาวะกระทบกระเทือน หากจำเป็นต้องยกของหนักควรปัสสาวะก่อน
6. ตรวจร่างกายและตรวจภายในเป็นประจำเพื่อค้นหาโรคในระยะเริ่มแรก โรคภัยไข้เจ็บมีผลต่อมดลูกไม่มากก็น้อย เช่น โรคเบาหวาน อาจทำให้มดลูกอักเสบ ติดเชื้อ เป็นเชื้อราและโรคเรื้อรังอื่น ๆ

สำหรับท่านที่สนใจเกี่ยวกับการหาสมุนไพรมาทานเพื่่อเสริมภูมิคุ้มกัน หรือเพื่อรักษาเมื่อมีอาการมดลูกผิดปกติแล้ว

 

แนะนำผลิตภัณฑ์สารสกัดจากธรรมชาติเข้มข้น ” โจเอล”  ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรธรรมชาติกว่า 35 ชนิด พร้อมด้วยเบต้ากลูแคน อีกหนึ่งส่วนผสมหลักที่ปกป้องคุณได้มากกว่าค่ะ

 

ปัญหาสุขภาพสำคัญแบบนี้อย่ามองข้ามนะคะ

ปัญหาสุขภาพสำคัญแบบนี้อย่ามองข้ามนะค

ตกขาว


เมื่อมีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในช่องคลอดด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม เชื้อโรคจึงขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เชื้อโรคจะทำลายเยื่อบุช่องคลอด เม็ดเลือดขาวจะออกมาฆ่าเชื้อโรคเหล่านี้ทั้งเชื้อโรคและเม็ดเลืดขาว  ก็จะตายแล้วไหลออกมาทางช่องคลอดเรียกว่า ” ตกขาวหรือระดูขาว ” ถ้าเชื้อโรครุกลามเข้าไปถึงภายในโพรงมดลูก ก็จะทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูก

Read More

อาหารเสริมผู้หญิง joellady

อาหารเสริมผู้หญิง joel

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  Joel “หรือในชื่อไทยว่าโจเอล” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ” Joel “ เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ100% ช่วยดูแลสุขภาพของคุณสุภาพสตรี จึงมั่นใจในความปลอดภัยต่อผู้บริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ” Joel” จึงเป็นอีกทางเลือก ที่จะช่วยดูแลสุขภาพของคุณผู้หญิง ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ผ่านการคิดค้น พัฒนา โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสารธรรมชาติในการดูแลสุขภาพมาหลายปีจนได้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Joel “ที่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ในดูแลสุขภาพของคุณผู้หญิงปัญหาหลากหลายของคุณผู้หญิง ได้แก่ ปวดประจําเดือน มดลูกโต มดลูกต่ํา ปากมดลูกอักเสบ ซีส ช๊อกโกแล๊ตซีส ฝ้า กระ จุดด่างดํา ผิวดําคล้ํา หลากหลายปัญหาของคุณผู้หญิง ส่วนหนึ่งมาจากการขาดความสมดุลของร่างกาย โดยเฉพาะ ฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) รวมถึงพฤติกรรมการดํารงชีวิต ความเครียด ความรีบเร่ง

Read More